Dan & Phil : There’s A Piece of Cake On Your Face [HBD AmazingPhil 2016]

There’s A Piece of Cake On Your Face

Genre : Fluff เลยแบบนี้5555555
Rating : G
Pairing : Phil Lester & Dan Howell
Words Count : 3,993 words (สวยงาม)
Summary : Q : What are you doing on Phil’s birthday?
Dan : Something fun. With some pals, but not gonna tell you because he                                         might be listening.

tumblr_o1pf6xQhzo1tpelmvo1_540


 

“บอกเหตุผลอีกทีสิว่าเราอยู่บนรถนี่ได้ยังไง…”

ผู้ชายผมสีดำขลับค่อยๆลืมตาสีฟ้าใสออกพร้อมชายตาไปมองที่คนข้างๆที่กำลังขับรถ เสียงของเขาเบาและแผ่วเหมือนคอแห้งจนเป็นผง

อีกฝ่ายขยับผมสีน้ำตาลเข้มหันมามองคนที่พูดขึ้นเมื่อครู่ก่อนยื่นขวดน้ำไปให้เขา ทำเหมือนรู้ว่าเขาเป็นห่วงอีกฝ่าย “อ้าวตื่นแล้วหรอฟิล กินน้ำก่อน เสียงหยั่งกะห่านใกล้ตาย”

ฟิลหัวเราะเมื่อได้ประโยคสุดท้ายพลางหยิบขวดน้ำมาดื่มของเหลวสีใสที่อยู่ข้างใน คอของเขาดีขึ้น แล้วก็นึกถึงคำตอบของคำถามที่เขาเพิ่งถามไปเบื้องต้น แฟลชแบ๊คกันดีกว่า

 

‘ฉันเช่ารถตู้โบราณญี่ปุ่นมาคันนึงนะ’

‘??!!’ อีกฝ่ายที่กำลังดื่มกาแฟร้อนตอนเช้าๆกับหนังสือพิมพ์ในมือแทบพ่นของเหลวข้างในใส่แผ่นกระดาษข้างหน้า

‘แล้วก็เพิ่งจะสั่งซื้อผ้านวมหกผืนกับหมอนหกใบ’ คนน้องยังคงพูดต่อ สายตายังคงอยู่กับจอคอมพิวเตอร์

‘?! มึงซื้อมาทำไมนักหนาวะ’ ฟิลสบถพลางหยิบกระดาษทิชชู่มาเช็ดปาก กาแฟไม่พ่นแต่ก็เริ่มเล็ดออกมาที่มุมปากแล้วบ้าง

‘โอเค นายพร้อมฟังไหม’ แดนยิ้มที่มุมปาก เขาหุบแลปท็อปบนตักลงแล้วเดินเข้ามาใกล้ๆอีกฝ่าย

‘?’

แดนเข้ามาจับมือของฟิลทั้งสองข้างแล้วยกขึ้นมาระดับอก ‘วันเกิดนาย นายแพลนอะไรไว้หรือยัง?’

จริงด้วย อีกสองสามวันก็วันเกิดตัวเองแล้วนี่หว่า ฟิลคิด ‘ไม่ได้แพลนนะ’

‘เพราะว่าฉัน จะพานาย… ไม่หรอก พาพวกเราไปขับรถเล่นรอบชนบทใกล้ๆซักคืนนึง’ ฝ่ายคนน้องตอบพร้อมรอยยิ้มกว้างบนใบหน้า แต่อีกฝ่ายยังงงอยู่

‘?? ห้ะะะ’

แดนทำหน้าเซ็งแล้วปล่อยมือของคนพี่ลง เขาเดินกลับไปหยิบแลปท็อปตัวเองแล้วกลับมาใหม่ ก่อนจะเปิดแล้วไล่หาอะไรซักอย่าง จากนั้นก็หันกลับมาให้ฟิล

‘นี่ นายเคยเห็นพวกวัยรุ่นฮิปๆเขาเหมารถตู้โบราณไปขับรถรอบประเทศกับปูผ้าห่มผ้านวมเปิดประตูหลังรถนอนกันริมหน้าผามองดูดาวกันดึกๆหรือเปล่า’ แดนอธิบายพลางเปิดรูปให้ฟิลดู มันก็เคยเห็นแหละ แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร ฟิลค่อนข้างแปลกใจที่แดนชอบอะไรแบบนี้ ก็แหม เขาเกือบ 25 แล้วนี่นา

‘อ่อ เคยนะ นายชอบแบบนี้หรอ’

อีกฝ่ายพยักหน้า ‘ชอบนะ ฉันว่ามันสงบดี ฮิปหน่อยๆ อยากสโลว์ไลฟ์กับเขาบ้าง’ เขายิ้ม ทำให้ดวงตาสีฟ้าของอีกคนหรี่ลงเหมือนยิ้มไปตามๆกัน

‘ก็ได้นะ ฉันว่ามันก็น่าสนุกดี’

คนน้องยิ้มกว้างขึ้นพร้อมจับเข่าทั้งสองข้างของคนพี่ไว้ ‘จริงหรอ?!’

‘จริงสิ ก็นายสั่งไปแล้วขนาดนี้’ ฟิลยิ้มตอบ

‘เยยยยยยย้’

 

ก็นั่นละเรื่องที่เกิดขึ้น

ตอนนี้เวลาประมาณ 11 โมง และกำลังเข้าใกล้เขตชนบทที่แดนจำชื่อเมืองไม่ได้ ฟิลเกือบลืมไปแล้วว่าเขาออกจากลอนดอนช่วงกี่โมง สมองของเขาเบลอไปหมด

“ฟิล ดูสิๆ” คนขับสะกิดแฟนหนุ่มข้างๆแล้วชี้อออกไปที่หน้าต่างอีกฝั่งของเขา ฟิลค่อยๆขยับตัวแล้วหันออกไปมอง เขายิ้มขึ้นกว้างกับสิ่งที่เขาเห็น

มันเป็นทะเลไร้ชายหาดที่กว้างออกไปสุดลูกหูลูกตา พร้อมทางรถไฟที่อยู่ใกล้ๆกันมีหญ้าขึ้นอยู่รอบๆเหมือนจะเป็นรั้วให้มัน

ผู้ชายวัย 29 เปิดหน้าต่างรถออกแล้วเท้าคางมองออกไปข้างนอก อากาศกำลังดี อาจจะหนาวหน่อยๆแต่ก็โอเค มีกลิ่นของทะเลพัดมาถึงจมูกของเขา มันเป็นความรู้สึกที่ค่อนข้างแปลกใหม่ของทั้งสองคนเลยทีเดียว เพราะปกติพวกเขาได้อยู่แต่ในเมือง การออกมาเจออะไรแบบนี้ก็ถือว่าเป็นการรีเฟรชชีวิตขึ้นมาเหมือนกัน

“ชอบมั้ย” แดนถามขึ้น แต่ถ้าพูดถึงเขา เขาคิดว่าการดูคนข้างๆเขาตื่นเต้นกับบรรยากาศข้างหน้าเหมือนเด็กๆเป็นอะไรที่สวยงามกว่าข้างนอกสุดๆ

“เดาออกไหมละ แบบนี้คงไม่ชอบล่ะมั้ง” ฟิลตอบพลางหัวเราะ เขายื่นหน้ากลับเข้ามาที่เดิมแล้วเซ็ทผมของเขาใหม่ ลมตีจนทุกอย่างบนหน้าเขาแทบจะสลับที่กัน

โฮเวลยิ้มขึ้น “ก็ดีนะที่นายชอบ นายหิวหรือยัง” อีกฝ่ายพยักหน้า

“งั้นเดี๋ยวหาที่จอดหาอะไรกินกัน”

 

เป็นเวลาต่อมา

เมื่อเข้าไปถึงในเมือง แดนเจอร้านแมคโดนัลด์ธรรมดาๆ เขาเลยซื้อเบอร์เกอร์จาก drive-thru ออกมา ฟิลแทบอยากจะตบคนน้องให้หัวหลุด

“เฮ้ย มาตั้งถึงขนาดนี้ มากินเบอร์เกอร์เนี่ยนะ” ฟิลพูดค้อนๆ

“เอาน่า เรื่องของเรื่องมันไม่ได้อยู่ตรงนี้” แดนยิ้มเหมือนจะมีเซอร์ไพรสอีก พูดตรงๆเลยฟิลเริ่มเบื่อที่แดนมักจะมีเซอร์ไพรสซ้อนเซอร์ไพรสแบบนี้ เมื่อคืนเขาเตรียมกระเป๋าใบใหญ่ใบนึงที่ฟิลค่อนข้างมั่นใจว่านั่นไม่ใช่เสื้อผ้าของแดนแน่นอน (เพราะเขาใส่รวมกระเป๋ากับของฟิล แหงละ)

ห้านาทีต่อมา ฟิลก็พบตัวเองว่าแดนมาจอดรถอยู่ที่จอดรถริมทะเลโดยหลังรถหันไปทางทะเล รอบข้างไม่มีผู้คนเลยซักคน แดนหยิบถุงเบอร์เกอร์แล้วเรียกให้ฟิลตามเขามา ตอนแรกคนตาฟ้านึกว่าอีกฝ่ายจะพาไปที่ไหน ที่แท้ก็แค่มาข้างหลังรถ แดนเปิดประตูหลังรถออกพร้อมจัดผ้าหงผ้าห่มเป็นที่นอนนุ่มๆให้เข้าที่ก่อนจะโดดเข้าไปข้างใน

“เอ้า ทำไรอยู่ เข้ามาดิ” คนน้องชวน คนพี่อึกอักแล้วก็แทรกตัวเข้าไปนั่ง มันสบายกว่าที่เขาคิดเยอะ แดนล้วงลงไปในถุงเบอร์เกอร์พร้อมหยิบส่งให้ฟิลหนึ่งชิ้น “ขอบใจ” เลสเตอร์แกะมันออกแล้วงับกินเข้าไปหนึ่งคำ เขาเงยหน้าขึ้นมาจากเบอร์เกอร์ก็พบกับวิวทะเลอันสวยงาม ลมเบาๆที่ตีเข้ามาในรถ เสียงคลื่นกระทบฝั่งและแน่นอน กลิ่นทะเล ฟิลเข้าใจทันทีว่าทำไมแดนถึงซื้อเบอร์เกอร์มา

“นายจงใจซื้อเบอร์เกอร์เพราะจะออกมาชมวิวแบบนี้ใช่มั้ย” พี่คนโตหันไปขมวดคิ้วเชิงตลกๆให้คนข้างหลัง แดนยิ้มแล้วพยักหน้า “ก็ออกจะเป็นอะไรที่แปลกใหม่ดีออก ใช่มั้ยละ”

ฟิลงับเบอร์เกอร์เข้าไปในปากพลางพยักหน้าแล้วยิ้มตอบ จากนั้นพวกเขาก็ไม่ได้คุยอะไรกัน เพียงแต่มองออกไปที่ธรรมชาติข้างนอก ลมทะเลข้าวนอกที่พัดเข้ามาในรถทำให้ฟิลต้องหันไปมองผมสีน้ำตาลเข้มของคนข้างๆที่ไหวไปตามลม และดวงตาสีน้ำตาลเข้มของเรากลายเป็นสีน้ำตาลอ่อนเมื่อถูกแสงแดดกระทบ มันทำให้แดนดูเด็กลง เขาอยากจะเอามือทั้งสองข้างจับใบหน้าของคนน้องมาจูบให้เป็นรอยไปทั้งหน้าซะตอนนั้นเลย

“นี่แดน” ฟิลท้กขึ้นจากความเงียบ

“หืม?”

“ขอจูบทีนึงได้มั้ย”

หน้าของแดนแดนขึ้นอ่อนๆ ถึงเขาจะถูกถามแบบนี้บ่อยแล้วก็ตาม “แต่ฉันหิวมากมากมากเลยน่ะสิ”

ฟิลถอนหายใจ “ก็ได้ รอกินเสร็จก่อนก็ได้”

อีกฝ่ายแอบหัวเราะเมื่อเห็นอีกคนทำหน้าหมองไป แดนยกมือขึ้นจับไหล่ของคนพี่แล้วดันเข้ามาใกล้ๆอย่างรวดเร็วพร้อมเลื่อนหน้าไปประทับจูบเบาๆที่แก้ม จากนั้นก็ผละออก

ฟิลเอามือลูบแก้มด้วยความตกใจ เขาหน้าแดงขึ้นมา “ทำอะไรก็ไม่บอก”

แดนหัวเราะ “ปกติชอบปิดเป็นความลับน่ะ”

 

พวกเขาทานข้าวเช้า (คิดว่านะ) กันเสร็จก่อนแดนจะขับรถออกเดินทางต่อ พวกเขาไม่ได้วางแผนกันเลยด้วยซ้ำว่าจะไปไหน ขับรถผ่านที่ไหนก็แวะเลยแล้วกัน เป็นอะไรที่ง่ายดี แดนขับรถเข้าไปที่น้ำตกที่เหมือนต้องขึ้นเขาไปซักเล็กน้อย แต่เพราะพวกเขามากับรถใหญ่ แรงส่งมากไม่พอขึ้นที่สูง พวกเขาจึงต้องแวะจอดที่ชั้นแรก ซึ่งนี่ไม่ใช่ช่วงไฮซีซั่นจึงไม่มีคนมากนัก ไม่มีคนเลยล่ะ แดนจอดรถตรงที่จอดแล้วคว้าเสื่อกับกระเป็าสะพายใบเล็กไป ทำไมน่ะหรอ ไม่รู้เหมือนกัน

“โหยอากาศกำลังดีเลย” ฟิลเดินตามมาข้างหลังแดนต้อยๆมองไปรอบๆพร้อมทำหน้าเหมือนเด็กๆ

“แดดไม่มีด้วย วันนี้วันดีจริงๆด้วย” แดนตอบแล้วยิ้ม พวกเขาเดินกันต่อไป ไปถึงน้ำตก มันอาจจะเป็นน้ำตกที่ไม่ใหญ่นักเพราะอยู่แค่ชั้นแรก (จากเจ็ดชั้น) เป็นแค่แอ่งน้ำที่มีน้ำไหลเบาๆเท่านั้น แต่เสียงน้ำและเสียงธรรมชาติทำให้มันดูสวยงามขึ้นมาหลายเท่า แดนหยุดเดินแล้วปูเสื่อกางออก ฟิลลงนั่งก่อน แดนจึงลงนั่งตาม

เสียงจักจั่นร้องเกือบจะเป็นเพลงกล่อม แดนกับฟิลไม่ได้คุยกัน เพียงแต่สนใจกับธรรมชาติรอบข้าง พวกเขาอยู่ในเมืองนานเกินไปจนลืมไปว่ายังมีอะไรแบบนี้อยู่บนโลกอีก แล้วเสียงชัตเตอร์ของโทรศัพท์ดังขึ้นเรียกแดนกลับมาสู่ความจริง ฟิลกำลังถือไอโฟนของเขาแอบเซลฟี่ตัวเองกับเขาตอนกำลังเหม่อ

“ฮ่าๆๆ”

“ฟ ฟิลล” ฝ่ายโดนแอบถ่ายเอื้อมตัวพยายามแย่งโทรศัพท์แต่เห็นอีกทีเขาก็โพสลงอินสตาแกรมไปแล้ว แดนไม่สนใจด้วยซ้ำว่ารูปภาพนั้นหน้าตาออกมาเป็นอย่างไร เขาได้แต่ทำหน้าบึ้งหันหนีไปอีกทาง

 

แสงสว่างเริ่มลดลงเพราะหมู่เมฆก้อนใหญ่บังซะหมด เหมือนจะใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งชั่วโมงกว่ามันจะเลื่อนไปผ่านไปจนหมด เหตุนั้นเองทำให้ฟิลลุกขึ้นนั่ง (จากที่นอนทับกระเป๋าหลับไปซักพัก) ทำให้อีกฝ่ายที่สะลืมสะลือกำลังจะหลับสะดุ้งตื่นขึ้น

“ไปว่ายน้ำกัน” ฟิลสั่งดังลั่น ดังในโซนนี้อะนะ

“ห้ะ? ว่ายน้ำ?”

“ใช่ เรามาถึงขนาดนี้จะมานอนตากแห้งอยู่ทำไม น้ำตกก็อยู่ตรงนี้ คนก็ไม่มี เล่นน้ำกัน” คนพี่เริ่มกระตุกแขนอีกคนแรงๆ ทำให้แดนตื่นเพิ่มขึ้นเต็มตัว ถ้าไม่เอามือเท้าไว้เขาคงหน้าคว่ำไปอีกฝั่งเสื่อ ?

แดนขยี้ตา “ก็ได้ มั้ง?”

“ไม่ต้องมั้งแล้ว ถอดเสื้อ”

“นั่น… ฟังดูแย่มากเลยรู้มั้ย” แดนพยุงตัวขึ้นแต่ก็ชี้นิ้วขึ้นห้ามเหมือนฟิลพูดอะไรผิดไป

อีกคนไม่สนใจ พลาดถอดเสื้อออกแล้วเดินลงน้ำไป ฟิลว่ายไปจนถึงอีกฝั่งที่ห่างไปเพียงเกือบสามเมตร น้ำลึกเพียงแค่สะดือเท่านั้น เขาหันไปกลับไปมองคนบนบกค่อยๆถอดเสื้อออกด้วยความเขิน “นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นายถอดเสื้อให้ฉันดูซักหน่อย ลงมาไวๆเลย” แดนยิ้มที่มุมปากให้ แต่คิ้วของเขาม้วนไปอีกอารมณ์หนึ่ง ?

“น้ำเย็นมั้ยอ่ะ” ฟิลส่ายหน้าแล้วโบกมือเรียกให้แดนลงมา แดนยังยืนเอาเท้าจุ่มอยู่แบบนั้น “โอ้ยอย่ามากลัวเป็นเด็กๆหน่า ลงมาได้แล้ว” คนข้างล่างสาดน้ำ แดนค่อยๆหย่อนตัวลงมา “ไม่เย็นนี่หว่า” แล้วเขาก็หัวเราะ “บอกแล้วไง” ฟิลยิ้มก่อนจะก้มหัวลงไปใต้น้ำแล้วว่ายเข้ามาใกล้ๆอีกคน เขาโผล่หน้าขึ้นมาในระยะสิบเซนติเมตรจากปลายจมูกของแดน สายตาของฟิลจ้องเข้ามาในดวงตาของคนข้างหน้าเหมือนเป็นเด็กๆ แล้วก็ไม่ขยับอยู่แบบนั้น

“โอ๊ะให้ตายสิ” แดนสบถแล้วดึงหน้าอีกคนเข้ามาใกล้ๆก่อนจะจูบลงไปเบาๆที่ริมฝีปาก ฟิลยิ้มในจูบแล้วกดหัวคนข้างหน้าลงไปในน้ำพร้อมกับตัวเขาเอง อีกคนตกใจตอนแรกพลางดึงตัวอีกคนเข้ามาชิดตัวกว่าเดิม จนกระทั่งสายน้ำพวกเขาทั้งสองลอยขึ้นมาจากผิวน้ำอีกครั้ง

แดนวางมือไปโอบรอบคอพร้อมกับขาทั้งสองข้างพาดไปที่เอวคนข้างหน้า ซึ่งมันง่ายมากเพราะอยู่ในน้ำ พวกเขาอยู่ห่างกันแค่ลมหายใจ “เอ่อ นึกไม่ถึงนะเนี่ย…” อีกคนรีบประทับจูบลงมาเบาๆอีกรอบที่ปลายจมูก “แต่เราคิดถึงนะ”

แดนเอามือมาตบแก้มคนข้างหน้าเบาๆ “มุขควายหน่าฟิล”

ฟิลหัวเราะ เขาจูบเด็กน้อยข้างหน้าอีกครั้ง แล้วก็ผละออก “มองนายจากมุมนี้แปลกดีเหมือนกันนะ” คนผมดำปัดผมสีน้ำตาลของคนข้างบนออกให้เห็นหน้าชัดๆ

“แปลกแบบไหน?”

“แบบที่ฉันชอบ” เจ้าของวันเกิดซุกหน้าลงไปข้างหน้าซึ่งลงที่หน้าอกของคนข้างบนพอดี แดนกอดศีรษะของเขาไว้

พวกเขาอยู่กันแบบนั้นซักพักก่อนจะผละแยกกันไปว่ายน้ำ แล้วขึ้นบกเมื่อแสงแดดเริ่มกลับมา ถึงเวลาหาอะไรกินแล้วล่ะ

 

ตอนนี้เวลาเกือบหกโมงเย็น สองชั่วโมงหลังจากออกมาจากน้ำตก พวกเขากลับเข้ามาถึงในตัวเมืองอีกครั้ง เป็นเมืองที่ไม่ใหญ่ ส่วนใหญ่จะปกคลุมด้วยที่โล่งและธรรมชาติมากกว่า บางทีแดนก็รู้สึกว่าเขาควรจะย้ายบ้านมาอยู่ที่นี่ซะเลย พวกเขาหยุดลงที่ร้านอาหารเล็กๆที่มองเห็นทะเลยาวไปสุดลูกหูลูกตา เอาจริงๆนะ แดนอยากย้ายมาอยู่ที่นี่จริงๆ

ฟิลเลือกนั่งที่โต๊ะริมหน้าต่าง ฟิลสั่งสปาเกตตี้หมูสับ แดนสั่งสลัดธรรมดาๆไป ที่เหลือก็คือรอเวลาอาหารมาก็เท่านั้น

“หนาวมั้ย” แดนถามขึ้นจากความเงียบระหว่างกัน

“นิดนึง อาจจะเป็นเพราะง่วงก็ได้” ฟิลเอามือแนบกระจก มันเย็นนิดๆ

อีกฝ่ายขมวดคิ้วด้วยรอยยิ้ม “นั่นไม่น่าใช่เหตุผลนะ?”

“ใช่สิ! ก็ง่วงมันก็หนาวได้เหมือนกันแหละ” ฟิลเถียงด้วยรอยยิ้มแบบที่เขาชอบทำเมื่อแก้ตัว ทำให้แดนยิ้มขึ้นกว้างกว่าเดิม

“แล้ว นายชอบทริปนี้มั้ย ทริปวันเกิดของนาย” แดนเท้าคาง พลางมองไปรอบร้าน มีคนอยู่เพียงแค่สามโต๊ะรวมพวกเขาเท่านั้น

“ขอแค่มีนายอะไรๆก็ดีหมดนั่นแหละ” ฟิลยกมือขึ้นเท้าคางแต่ทำท่าเหมือนจะปิดปากตัวเองหนีความเขินบนหน้ามากกว่า

อีกฝ่ายหน้าแดงตาม “ให้ตายสิถ้าทำได้ฉันอยากจะเข้าไปจูบนายเหลือเกิน”

“ฮิ เวลาอื่นแล้วกัน” ฟิลหัวเราะ

เงียบ…

“เอ่อนี่ ที่จริงแล้ว ฉันมีอะไรอีกอย่างนึง” แดนพูดขึ้นมาเสียงเรียบ ฟิลรู้ว่ามันต้องเป็นเซอร์ไพรสวันเกิดแน่นอน

“อะไรหรอ?” เจ้าของวันเกิดแกล้งทำหน้างง แดนยิ้มแล้วหันไปที่เคาน์เตอร์บริการพร้อมยกมือขึ้น พนักงานสาวคนนึงยิ้มแล้วพยักหน้าให้แดน ก่อนจะเดินหายไปในห้องครัว ซึ่งห้องครัวนั้นอยู่ข้างหลังฟิล

“นายห้ามหันหลังนะ” แดนสั่ง ฟิลพยักหน้า ด้วยความตื่นเต้นและไม่สามารถหันหลังกลับไปมองได้ เขาจึงแค่มองหน้าแดนด้วยสายตาที่ต้องการจะรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

ใช้เวลาครึ่งนาทีต่อมา ประตูห้องครัวก็เปิดขึ้น และเสียงผู้คนประมาณ 6 คนร้องเพลงสุขสันต์วันเกิดขึ้นมาเสียงดัง เจ้าของวันเกิดจำเสียงนี้ได้ มีลูอิส พีเจ คริส โซเฟีย มาร์เซียและเฟลิกซ์ แดนทำท่าให้หันไปมอง เขายิ้มกว้างกว่าทุกที ฟิลไม่รอช้าหันหลังกลับไป และก็เป็นไปอย่างที่เขาเดา เพื่อนสนิทของเขา 6 คนเดินเข้ามาในหมวกวันเกิด ที่เป่าอะไรซักอย่างที่ฟิลเรียกไม่ถูก และพลุขนาดเล็กที่อยู่ในทรงกรวยแล้วต้องดึงขึ้นมา? ฟิลเรียกไม่ถูกซักอย่างเลยแฮะ

ลูอิสถือเค้กช็อกโกแลตหน้าเรียบๆกับเทียนตรงกลางอันเดียว ข้างซ้ายของเธอมีมาร์เซียและพีเจ ฝั่งขวาของเธอมีคริส เฟลิกซ์ และโซเฟียเดินตามหลังลูอิสมาติดๆ

“แฮปปี้เบิร์ดเดย์ทูยู แฮปปี้เบิร์ดเดย์ทูยู”

ฟิลลุกขึ้นยิ้มแล้วเอามือปิดปากด้วยความดีใจเมื่อทั้งหมดเดินเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ รอยยิ้มและเสียงร้องเพลงทำให้ใจของเขาเบิกบานมากขึ้น เหมือนนี่เป็นปาร์ตี้วันเกิดครั้งแรกของเขา แดนที่มองอยู่ห่างๆเดินเข้าไปสมทบกันคนทั้งกลุ่ม แล้วปรบมือเป็นจังหวะร้องเพลงไปพร้อมๆกับคนอื่น เจ้าของวันเกิดหันมามองเพื่อนของเขาประมาณว่า ‘นายวางแผนหรอ’ แดนได้แต่ยิ้มกว้างเหมือนตอบว่าใช่กลับมา จนกระทั่งเพลงจบลง

“อธิษฐานเลยฟิล” ลูอิสพูดพร้อมยิ้มให้ ฟันกระต่ายของเธอที่แยกกันออกไปตรงกลางทำให้เขารู้สึกอุ่นใจมากกว่าที่เคย ฟิลกุมมือแล้วหลับตาอฐิษฐาน ก่อนจะลืมตาขึ้นมาอีกทีแล้วเป่าเทียนจนดับ ทุกคนร้องเฮกันเสียงดัง เฟลิกซ์กับคริสดึงพลุอันเล็กขึ้นมา เสียงดังป้อปที่ไม่พร้อมกันของมันทำให้เจ้าของวันเกิดแอบตกใจ

“ขอบคุณทุกคนมากเลยนะ นี่วางแผนกันมาหรอ โอ้ย ขอบคุณจริงๆนะ” ฟิลพูดรัวด้วยความตื่นเต้น เขาแทบโผกอดลูอิสแต่เพราะเค้กอยู่ข้างหน้าเขาจึงทำได้แต่เอาหน้าซบบ่าด้วยความเขิน

“ที่จริงแดนชวนน่ะ แล้วฉันก็ช่วยนิดนึง แหม ก็นายจะสามสิบแล้วนี่นา ก็ต้องมีบ้างแหละ” ลูอิสตบศีรษะบนไหล่ของเธอเบาๆ แดนรับเค้กจากลูอิสไป “ถ่ายรูปกันมั้ย?” พีเจถามขึ้นมา เขายกมือเรียกพนักงานที่ค่อยๆเดินเข้ามาหา เขาส่งกล้องให้เธอแล้วทุกคนก็ประจำที่ แดนยืนอยู่ข้างฟิลกับเค้กในมือ ข้างๆฟิลมีลูอิส และถัดไปอีกแดนไม่ได้หันไปมอง

พนักงานสาวยกมือให้ทุกคนอยู่ใกล้กันอีกพร้อมรอยยิ้ม “ร้องเพลงวันเกิดก็ได้ค่ะ” เธอบอก ทุกคนเริ่มร้องเพลง แต่เป็นประโยคสุดท้าย ระหว่างที่กำลังร้อง เธอก็กดชัตเตอร์ แดนก็กำลังร้อง มือเขาค่อยๆหยิบชิ้นเค้กที่ถูกตัดไว้ออกมาจากถาด เขาร้องตะโกนขึ้นเสียงดังเมื่อถึงประโยสุดท้ายก่อนจะโปะเค้กชิ้นเล็กในมือนั้นลงที่ปากของเจ้าของวันเกิด คนถ่ายรูปยิ้มกว้างเหมือนเป็นหนึ่งในปาร์ตี้แล้วกดชัตเตอร์รัวขึ้น ทุกคนเห็นว่าเกิดอะไรขึ้นก็หัวเราะกัน วงถ่ายรูปเริ่มกระจาย แดนปล่อยมือออกจากเค้กชิ้นเล็กที่เละคาปากของฟิลลง ฟิลต้องเอามือรับไว้ รอบปากของเขาเหมือนเด็กกินเค้กไม่เป็น เขาเรียกชื่อคนที่แกล้งด้วยน้ำเสียงแขวะๆก่อนจะขมวดคิ้วด้วยรอยยิ้ม แดนหัวเราะแล้วปาดส่วนที่อยู่ใกล้จมูกออก เจ้าของวันเกิดยิ้มเหมือนจะแกล้งกลับ เมื่อแดนเอามือออกจากใบหน้าของเขา ฟิลเอาเค้กที่เหลือในมือโปะใส่หน้าอีกฝ่าย คนน้องร้องแล้วเอาแขนบัง บางส่วนติดหน้าของเขาบ้าง ส่วนใหญ่เริ่มจะหล่นลงพื้นแล้วมากกว่า

“โถ่แดนฉันทำมาตั้งนานนะ” มาร์เซียร้องด้วยรอยยิ้ม เธอไม่ได้เสียใจเลยด้วยซ้ำ ทุกคนหัวเราะอีกครั้ง พีเจไปเอากล้องคืนแล้วเดินไปโชว์รูปให้ทุกคนดู เธอคนนั้นเก็บรูปได้ทุกช็อตตั้งแต่กำลังร้องเพลง แดนเริ่มควักเค้ก ตอนเค้กกำลังไปถึงหน้าฟิลและตอนที่โปะลงไปเต็มๆ ตอนที่ทุกคนหัวเราะ ตอนสุดท้ายคือตอนที่ฟิลแกล้งแดนกลับ ทุกช็อตเป็นอะไรที่ดีหมดทุกรูปเลย แดนแอบขอบคุณพนักงานสาวคนนั้น

พวกเขาอยู่นั่งคุยเฮฮาปาร์ตี้กันต่อพร้อมอาหารปาร์ตี้ที่แดนสั่งไว้ตั้งนานแล้ว แต่แน่นอน สปาเกตตี้และสลัดที่สั่งไว้ตอนแรกก็ได้เหมือนกัน สิ่งที่เพิ่มคือไอศกรีม พิซซ่า และอาหารอีกมากมายที่ตอนนี้เราไม่รู้จะเขียนอะไรดี เดี๋ยวหิว (เดี๋ยวนะ)

เป็นเวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงต่อมา เพราะคนที่มาส่วนใหญ่ต้องกลับเมืองตัวเองภายในวันนี้ พวกเขาจึงต้องกลับก่อน ไม่ส่วนใหญ่นี่นา ทุกคนเลย เหลือแต่แดนกับฟิล พวกเขาเช็คบิลแล้วขับรถไปต่อ ตอนนี้เกือบสามทุ่มแล้ว หาที่นอนเลยก็แล้วกัน

แดนขับรถออกมานอกตัวเมืองเกือบหนึ่งชั่วโมง จนเจอที่เพอร์เฟคริมทะเลไว้จอดรถนอน ช่วงนี้แหละไฮไลทืที่แดนรอคอยของทริปนี้ แดนหันรถจอดเอาท้ายรถหันเข้าสู่ทะเล ทุกคนย้ายไปนั่งอยู่ข้างหลัง ที่ที่เป็นที่นอน เพราะต่างคนต่างเหนื่อยมาทั้งวัน ตอนนี้ทั้งคู่จบลงด้วยนอนซุกอยู่บนที่นอนในผ้าห่มหนาๆ พวกเขานอนห่างกันเพียงไม่กี่เซนติเมตร และขาของแดนเกือบหลุดไปนอนรถ โชคดีที่สั่งรถยาวเผื่อไว้

อากาศรอบข้างกำลังดี ลมอ่อนๆ ดาวบนฟ้ามองเห็นชัดมากเพราะอยู่ห่างตัวเมือง แต่ที่ชัดและสวยงามกว่าคือดวงจันทร์สีขาวที่เหมือนอยู่ห่างจากตรงนี้ไปไกลเหลือเกิน โชคดีมากที่วันนี้อากาศดี ขอบคุณสวรรค์ แดนคิด

“ก็… วันนี้เป็นไงบ้าง” แดนถามขึ้นจากความเงียบ

“ชู่วว เงียบสิ ดาวกำลังคุยกับฉันอยู่นะ” ฟิลดุ เขามองขึ้นไปบนท้องฟ้า หลังคาของรถเปิดเป็นกระจกได้เล็กๆ แต่ฟิลจะชอบมองลอดไปที่ประตูทางออกที่เท้ามากกว่า

แดนหัวเราะ “ดาวคุยกับนายอยู่หรอ มันว่าไงบ้างล่ะ”

“อย่าเรียกเธอว่ามันนะ เธอชื่อซูซาน—“

“ซูซานมันชื่อปลาที่นายตั้งไม่ใช่หรอ” แดนขัด

“ซูซานบอกว่าแฟนของฉันน่ารักมากล่ะ” ฟิลหันมามองคนข้างๆด้วยรอยยิ้ม แดนได้ยินก็หน้าแดง “ไอ้บ้า…” เขาพูดเบาๆแล้วดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดหน้า ฟิลยิ้มแล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ “ไม่เอาน่าแดน ออกมานะ” อีกฝ่ายค่อยๆดึงผ้าห่มลง รู้ตัวอีกทีฟิลก็แอบประทับจูบลงมาแล้ว แต่เป็นเพียงแค่เวลาสั้นๆก่อนฟิลจะพูดขึ้นต่อ “ที่จริงแล้วซูซานไม่ได้บอกหรอก” แดนมองตาคนข้างหน้าเหมือนที่เขาชอบทำเมื่อเจ็ดปีก่อน “ใครบอกหรอ”

ฟิลยิ้ม “ฉันเอง คนที่รักนายชิบหายเลย”

แดนหน้าแดง เขาหันหน้าหนีแต่ฟิลจับคางของแดนหันขึ้นมาแล้วประทับจูบลงไปอีกที จากจูบที่หวานเริ่มเป็นจูบที่หนักหน่วง ก่อนฟิลจะค่อยๆพลิกตัวไปอยู่ข้างบนของแดน แต่แดนผละออกก่อน “อย่าทำคืนนี้เลย ซูซานมองอยู่นะ” แดนยิ้ม ฟิลทำหน้าเสียดายแล้วเถิบตัววางศีรษะลงบนแผ่นอกของคนข้างล่าง “อีกอย่างคือหมดแรงแล้วอ่ะ ขับรถให้ตั้งนานนะ” ฟิลทำหน้าบึ้งแล้วขยับตัวกลับไปนอนที่เดิม “ก็ได้”

ก่อนทั้งคู่จะค่อยๆหลับลง


 

สุขสันต์วันเกิดพี่ฟิลค่ะะะะะะะะะะะะะ /จุดพลุ เฮ้ย ไม่มีอิโมจิใส่อ่ะ กำท่ด ไปอิเมจินว่าเราใส่ไว้ก็แล้วกัน อิอิ

นึกไปนึกมานี่ก็ติ่งแดนกับฟิลมาครบปีพอดีเลย T_T ที่สำคัญกว่านี้คือเริ่มแต่งฟิคแดนกับฟิลครั้งแรกวันนี้ อห ใช่แล้ว ฟิควันเกิดฟิลปีที่แล้วก็แต่งในวันที่ 29 นี่แหละ 5555555 รีบมากอ่ะ รีบแต่งรีบลง ปีนี้ก็เช่นกัน (?) ที่จริงคือแต่งมาก่อนสองอาทิตย์แล้ว แต่คืบหน้านิดเดียวจริงๆ วันนี้กลับมาเลยรีบปั่น Y A Y เสร็จตอนสี่ทุ่ม ฮ่าาา ดีใจจจจ ยังทันเวลาไทย

ที่จริงมุกโปะเค้กใส่หน้าเราได้ไอเดียมาจากวันเกิดพ่อ วันเกิดพ่อเราเมื่อวันที่ 24 มกรานี่เอง แล้วก็ไปเที่ยวกับเพื่อนพ่อและครอบครัวหลายๆคน รวมๆก็เกือบ 30 คน เยอะมากกกก ตอนถ่ายรูปพ่อเราโดนเอาเค้กโปะปากไปเพราะเค้กที่คนทำมาให้ แล้วมันมาเป็นชิ้นๆที่วางรวมเป็นถาด นี่คือรูปภาพหลังจากสภานการณ์นะคะ

4thw

นั่นปาปิรุสกับซานส์ ใช่แล้ว 5555555 ติ่งอันเดอร์เทลมากก็งี้แหละ

พี่ฟิล 29 ขวบแล้วนะ ปีหน้าก็ 30 แล้ว กายไม่พร้อม ใจไม่พร้อม เป็นผู้ชายอายุเกือบ 30 ที่น่ารักมากๆๆๆๆคนนึงเลยล่ะ ยอมรับ 55555 ก็ขอให้มีความสุข เอ่อ หน้าตาดีต่อไป (?) เอ่อ ประสบผลสำเร็จในชีวืต (?) โอ้ยให้ตายเหอะอวยพรวันเกิดไม่เป็น T_______________T

ไม่มีอะไรจะบ่นละ มาฟอลทวิตกันได้ที่ 02-592 — เฮ้ยผิดๆๆๆ ฟอลที่ @alternativephan ได้นะจ้ะ ใครที่เพิ่งรู้จักแดนกับฟิลก็ต้อนรับนะ ทักมาได้ 55555 โอ้ยเหมือนโฆษณาขายอะไรเลยมีแจกเบอร์ด้วย /ผิด ไม่ต้องเขินนะ เพื่อนเยอะ ตอนนี้ก็หลายคนแล้ว ค่อยๆทยอยเปิดตัวกันมา ถ่ามถามมมมมมม

พูดไรเนี่ย ไร้สาระ ไปละะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะะ

PS. ฟิค Cobrastyle เราขยายสาขา (?) ไปลง Wattpad แล้วนะ นั่งทำปกฟิคนานมากพูดเลย /ผิดอีกรอบ จิ้มที่เป็นตักอักษรสีฟ้าสีรออัลไล บานแจ้

X8-c0hvg

 

 

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s